บทวิจารณ์ The THAI Beatles โดย ทพ.กองทุน รวยแท้

The Thai Beatles - Various Artists (2019)

by ทพ.กองทุน รวยแท้  นักวิจารณ์และผู้แปลหนังสือ The Beatles Way

นับตั้งแต่ Kenny Lynch นักร้องชาวอังกฤษนำเอาเพลง 'Misery' จากการประพันธ์ของจอห์น เลนนอน และ พอล แมคคาร์ตนีย์ มาบันทึกเสียงเองในปี 1963 (ซึ่งนับเป็นการ 'cover' เพลงของ The Beatles เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์) เป็นต้นมา บทเพลงจากการประพันธ์ของจอห์นและพอล รวมทั้งจอร์จ แฮริสัน และ ริงโก้ สตาร์ (คงมีบ้างน่า) ก็ถูกนำมาร้อง-เล่นใหม่กันมากมายเกินกว่าใครจะนับไหว ทั้งปริมาณ และความหลากหลายของลีลาในการนำไปตีความใหม่ จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีแววแม้แต่นิดว่าความนิยมในการนำเพลงของ The Beatles มาร้องรำทำเพลงกันจะเสื่อมถอยลงไป

ใครบางคนหล่นคำพูดคมๆไว้ในอดีตว่า เมื่อคุณนำเพลง Beatles มาร้องใหม่ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะทำมันออกมาได้แย่ แต่มันก็ยากเช่นกันที่คุณจะทำมันออกมาได้ดีเท่าหรือเหนือกว่าที่เจ้าของเพลง-The Beatles ทำเอาไว้ คุณจะเชื่อประโยคนี้หรือไม่ก็อาจจะขึ้นอยู่กับคุณฟังเพลง cover Beatles มามากแค่ไหน ส่วนผมนั้นคิดว่ามันมีส่วนจริงไม่น้อยเลยทีเดียว

ทำไม? ทำไมล่ะ ทำไมผู้คนถึงชอบนำเพลงของ The Beatles มาเล่นใหม่กันเสียจริง จากการทำวิจัยในใจของผมสรุปสั้นๆได้ดังนี้

1) เมโลดี้ที่งดงามไร้ที่ติ มีความอมตะอันไม่อาจบรรยาย หมดหนทางที่จะเบื่อหน่าย
2) เนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยการคิดบวก แม้เพลงที่เศร้าที่สุดของพวกเขา ก็ยังมีทางออกเสมอ
3) ความหลากหลายในการนำไปตีความ นี่อาจจะเป็นข้อที่สำคัญที่สุด
ไม่ว่าคุณจะเอาไปเล่นแบบไลท์มิวสิค, ดิสโก้, เร็กเก้, คลาสสิก, แจ๊ส, โซล, บลูส์, เมตัล, คันทรี่, เพลงกล่อมเด็ก หรือแม้กระทั่งดนตรี 8 บิท เพลงของ The Beatles ก็ยังโดดเด่นไปได้ในทุกแนวทาง

แต่... ผ่านมา 50 ปี หลังจากพวกเขาแตกวง ดนตรีของ The Beatles ได้รับการ covered ในทุกๆแนวดนตรีแล้วหรือ? คำตอบคือ ไม่ อย่างน้อยก็ในแบบดนตรีพื้นบ้านของประเทศไทยนี่แหละ ซึ่งอาจจะเรียกกันเท่ๆว่า Thai Traditional World Music ก็น่าจะพอได้... until now!

มันเป็นความฝันอันเก่าแก่ของ นายห้างใบชาซอง บรรณ สุวรรณโณชิน มานานแสนนานแล้ว ในการที่จะนำเพลงของ The Beatles มาเล่นในแบบสำเนียงไทยๆ มันอยู่ในหัวของเขามาตลอด และเมื่อปัจจัยทุกอย่างโคจรมาตรงกัน ไอเดียนี้จึงได้หลุดจากหัวของเขามาอยู่ในซีดีแผ่นนี้ : THE THAI BEATLES

ก่อนที่คุณจะฟังซีดีแผ่นนี้ กรุณาถ่างหัวใจของคุณออกให้กว้างที่สุด กรุณาหลุดพ้นจากการยึดติดใดๆทั้งปวง โดยเฉพาะความคิดที่ว่าดนตรีแบบไทยๆ ก็ต้องเหมาะกับภาษาไทยหรือเรื่องราวของคนไทยเท่านั้น หรือความคิดที่ว่าเพลงของ The Beatles ก็ต้องเล่นในแบบ The Beatles หรืออย่างน้อยก็ต้องเล่นกันแบบดนตรีฝรั่ง

สลัดความคิดเหล่านั้นออกไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นคุณคงไม่มีทางเสพ The Thai Beatles ได้อย่างเป็นสุข เพราะนี่เป็น The Beatles ในแบบที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อน และในขณะเดียวกัน คุณก็คงไม่เคยได้ยินเพลงแบบไทยๆแต่งตัวแบบนี้เหมือนกัน

บรรณ คัด 10 เพลงจากการประพันธ์ของจอห์นและพอล มาเพื่ออัลบัมชุดนี้ มีทั้งเพลงที่โด่งดังพอสมควร และอาจจะไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก แต่ไม่มีเพลงที่ดังจนเลี่ยนอย่าง Let It Be, Hey Jude หรือ Yesterday (ได้ยินมาว่า บรรณเองก็เลี่ยนเกินกว่าที่จะนำมา cover ) และบรรจงคัดศิลปิน 10 ท่าน ที่บรรณโยน (อย่างนิ่มนวล)ให้ท่านขับร้องกันคนละ 1 เพลง

ที่น่าแปลกและน่าสนุกก็คือ ทั้ง 10 ศิลปินไม่ใช่แฟนตัวกลั่นของ The Beatles แต่อย่างใด! (ลองคิดกันเล่นๆว่าบรรณมีเหตุผลอย่างไรถึงทำเช่นนี้)

บรรณอาจจะเพลย์เซฟ นำเพลงของ The Beatles เหล่านี้มาเล่นร้องกันแบบ"ขาย"ง่ายๆ ในแบบบอสซาโนว่า, อาร์แอนด์บี , ร็อคสนุกๆ อาจจะแค่ใส่ความเป็นไทยเข้าไปเล็กน้อยเป็นน้ำจิ้ม เขาก็น่าจะทำได้สบายๆ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรต่อวงการเล่า เพราะการ cover ในแบบนั้น ใครๆก็ทำกันมามากแล้ว ใน The Thai Beatles บรรณจัดเต็มแบบไม่มีการประนีประนอมใดๆ กล่าวชัดๆก็คือ นี่คือการนำวิญญาณของดนตรีไทยในหลากหลายรูปแบบเข้ามา"สิง"ในบทเพลงของ The Beatles นั่นเอง ถ้าคุณชอบ คุณจะรักอัลบั้มนี้สุดใจขาดดิ้น แต่ถ้าคุณยี้ (กลับไปอ่านเรื่องการเปิดใจให้กว้างสุดที่ 4 ย่อหน้าข้างบน) ก็คงฟังได้ไม่จบแผ่น

ต้อนรับการเข้าสู่อัลบัมด้วยแทร็คสั้นๆจากเสียงร้องแสนหวานของศิลปินคนสำคัญของค่าย คุณแม่ สวีทนุช ที่กี่ปีผ่านไปเสียงก็ยังหวานใสเหมือนเคย Come Together วัดใจกันไปเลยเพื่อนที่แทร็คแรก ในแนวเพลงโขน ของถนัดของคุณ เก่ง ธชย เปลี่ยนท่อน shoot me เป็น ชะ เออ เอิง เอย เก่งร้องได้อย่างเมามันส์ในแบบของเขา เต็มไปด้วยลูกเล่นและการปลดปล่อยอินเนอร์ ไม่มีใครรู้ว่าถ้าจอห์น เลนนอน มาได้ยินเขาจะคิดยังไง ส่วนผมไม่แคร์จอห์นเท่าไร เพราะชอบมากครับ (แต่ถ้าจะแอบคิด จอห์นน่าจะโอเคนะ) นี่คือการเปิดอัลบั้มที่เหมือนเป็นการเรียกรวมพล ยิ่งใหญ่ น่าขนลุก

Day Tripper เพลงที่ทำให้โปรเจ็คนี้เกิด เสียงร้องคุณเบิร์ด ธรรมรัตน์แห่งลูกทุ่งไฮ-ไฟ โอ้ย โจ๊ะบรรลัยครับท่านผู้ชม นี่คือลูกทุ่งภาคกลางย้อนสมัยที่ผมฟังแลัวนึกภาพเอ็มวีตามไปให้เป็นบรรยากาศการแสดงของวงดนตรีไทยให้ทหารฝรั่ง G.I. ดูในยุค 70's อาจจะมีสาวๆหน้าตาคล้ายๆ Margot Robbie เต้นเลื้อยๆตามคลอ แสบสันต์และโดดเด่นที่สุดด้วยเสียงออร์แกน Yamaha YC20 ที่เชยแต่เก๋าเสียจริง เล่นแทนที่เสียงกีต้าร์ใน original version ของสี่เต่าทอง อารมณ์แบบนี้แฮมมอนด์ทำไม่ได้นะครับ

น้องแนท บัณฑิตา สาวแจ๊สดาวรุ่ง เลือกขับร้อง Across The Universe ในแบบไทยเดิม ครับ คุณฟังไม่ผิด ไทยเดิม! ท่อน "...Jai Guru Deva, Om..." ชวนเคลิบเคลิ้มจนเกือบนึกว่าเป็นภาษาไทย จบเท่ๆด้วยเสียงคีย์บอร์ดแนว cosmic คุณรัสมี อีสานโซล อุ้มครรภ์ใหญ่โตมากระเส่า I Feel Fine อย่างสนุกในลีลาของเธอแท้ๆ (งานเดี่ยวสองชุดของเธอได้รับความชื่นชมไปทั่วโลก) ผมไม่แน่ใจว่าน้องในครรภ์จะเป็นหนุ่มน้อยหรือสาวหวาน แต่จากเนื้อเพลง I'm so glad that she's my little girl เลยขอเดาว่าคุณรัสมีได้ลูกสาวแน่

ฟังมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มเอะใจว่า นี่ Thai Beatles จะพาเราทัวร์ทั่วแนวเพลงไทยหรือเปล่าหนอ? ยิ่งเห็นชื่อของนักร้องคนต่อไป ยิ่งชักสนุก เพราะพี่วินัย พันธุรักษ์ จะให้ร้องแนวไหน ถ้าไม่ใช่ลุกกรุงช้าหวาน และแกก็ทำอย่างนั้นจริงๆกับเพลง Girl (จากอัลบัม Rubber Soul, เสียงร้องเดิม จอห์น เลนนอน) ที่พี่วินัยร้องสบายๆ เรียบๆ แต่กินใจขาดวิ่น กระโดดไปในแนวคำเมืองล้านนากับศิลปินหญิงที่ถือเป็นตำนานของดนตรีแนวนี้ คุณ สุนทรี เวชานนท์ ที่ปีนี้อายุเท่ากับชื่อเพลงพอดี When I'm Sixty-Four บรรณดึงจังหวะให้ช้าเศร้า เข้ากับเสียงร้องอมตะหวานโศกของคุณสุนทรี มันทำให้นี่เป็นการตีความใหม่ที่แตกต่างออกไป เพราะมันไม่ใช่คำถามว่าคุณจะยังรักฉันไหมในอีกหลายปีข้างหน้าหรือไม่แล้ว แต่มันใกล้จนเกือบจะเป็นปัจจุบัน แม้คุณสุนทรีจะบอกว่าไม่ค่อยได้ร้องเพลงสากล แต่การร้องของเธอในเพลงนี้ช่างชัดถ้อยและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้หมดจดไม่เหลืออะไรให้สงสัย

โอ๋ ชุติมา แก้วเนียม จัดเป็นนักร้องระดับเพชรของใบชาซอง เธอร้องเพลงที่ยากที่สุดในอัลบั้ม Lucy In The Sky With Diamonds หรือที่แฟนๆชอบเรียกกันย่อๆว่า LSD ดั้งเดิมเป็นไซคีดีลิกร็อคฟุ้งฝัน แต่บรรณจัดให้เป็นใต้ตะลุงโปรเกรสซีฟ เป็นเพลงที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนงำ และมีความลงตัวของความเป็นสากลและไทยที่สุดในอัลบั้ม น่าตัดเป็นซิงเกิ้ลให้ฝรั่งฟัง อยากกระซิบให้บรรณทำอัลบั้มเพลงสากลให้โอ๋สักชุดด้วย สำเนียงอินเตอร์ไปแล้ว

Oh! Darling ผมฟังแล้วยิ้มเลย เพราะนี่มันคือโมเดิร์นลูกทุ่งไทย สไตล์ ต่าย อรทัย แท้ๆ ถ้าไม่รู้อะไรมาก่อน แล้วใครมาบอกว่านี่คือเพลงไทยเอามาใส่เนื้่อฝรั่ง--ผมเชื่อทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น น้องกุ๊ก อรสุรางค์ (ดาวดังจากลูกทุ่ง ไฮไฟ อีกคน) ร้องได้ออดอ้อนกินใจเหลือเกิน ขณะทื่ พอล แมคคาร์ตนีย์ ร้อง Oh! Darling ในอารมณ์ประมาณ ถ้าเธอทิ้งฉัน มีคนตายแน่ แต่กุ๊กร้องได้อ้อนเศร้า บอบบาง จนคนใจร้ายที่สุดในประเทศไทย (ใครวะ) ก็ยังตัดใจทิ้งเธอไม่ได้ ถ้าไม่คิดว่ามัน"ลูกทุ่งไทย"เกินไปนิด เวอร์ชั่นนี้เพราะเหลือหลายครับ

คุณอนิล สุวรรณโชติ เป็นตัวแทนของลูกทุ่งอีสาน (คลาสสิก) ร้องเพลงเกี่ยวกับไม้นอร์เวย์และการแอบนอกใจภรรยา Norwegian Wood (This Bird Has Flown) การคอนโทรลเสียงในช่วงท้ายเพลงเลิศเลอมาก

ปิดท้ายด้วยเพลงเกี่ยวข้าว Help! ที่พนันกันได้ว่าคุณน่าจะยิ้มตามในไอเดียอันแสนน่ารัก ขับร้องโดยวง"พื้นบ้านประสานเสียง" มีการสอดแทรกเพลงอื่นๆของ Beatles เข้ามาอย่างบันเทิง และเล่นคำว่า เคียว ใน insecure อย่างเท่ ก็นี่มันเพลงเกี่ยวข้าวนี่นา

ที่ไม่ควรกล่าวข้ามคือทีมนักดนตรีแบ็คอัพทุกคน ที่นำทีมโดยคุณบรรณเอง แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คงไม่พ้นยอดมือขลุ่ยตลอดกาล อ. ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี

The Thai Beatles เป็นมากกว่าการซื้อลิขสิทธิ์เพลงของ The Beatles มาให้คนไทยร้อง บันทึกเสียง ปั๊มแผ่นออกขาย แต่นี่คือการต่อเชื่อมของวัฒนธรรมและกาลเวลาที่ดูไม่น่าจะยื่นมือมาแตะกันได้

แต่ในความเห็นของผม มันเชื่อมต่อกันเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ขอบคุณ บรรณ สุวรรณโณชิน และ ศิลปินทุกท่านที่ทำให้เกิดอัลบัมนี้ขึ้นมา รวมทั้งคุณหมอ Sippanont Samchai ผู้ทำอาร์ตเวิร์คอลังการ เปี่ยมความหมาย จนหลายคนอยากให้ออกเป็นแผ่นเสียง (ฮา)

my favorite tracks : Come Together,Day Tripper, LSD, Oh! Darling และ Help!

[บันทึกช่วยจำ]

Come Together- โขน
Day Tripper - ลูกทุ่ง กลาง
Across The Univese - ไทยเดิม
I Feel Fine - หมอลำ อีสาน
Girl - ลูกกรุง
When I'm Sixty-Four - คำเมือง ล้านนา
LSD - ใต้ตะลุง
Oh! Darling - ลูกทุ่งใหม่ (ต่าย อรทัย)
norwegian wood - ลูกทุ่งอีสาน
help - เกี่ยวข้าว

ป.ล. ผมเดาว่า ต้องมีนักร้องไทยหลายคน คันปากยิบๆ อยากบันทึกเสียงเพลงของ The Beatles มั่ง จนคุณบรรณทนเสียงรบเร้าไม่ไหว ออก Vol.2 ในปีหน้า.

ที่มา facebook Kongtune Ruaytae

Powered by MakeWebEasy.com