แจ็ค รัสเซล
124.120.14.115
15.05.2009 / 4:12 pm
คนปรุงอาหาร..(บทความ โดย..แจ็ค รัสเซล)

บางคนเคยบอกว่า

ระหว่างกุ๊กชื่อดังกับใครสักคนที่เพิ่งทอดไข่เจียวเป็น
ถ้าต้องทำอาหารประเภทเดียวกัน นั่นคือ เมนูปลาหมึกทอดกระเทียมพริกไทย..
ผลก็คือ.. จานเด็ดจากฝีมือกุ๊กมีชื่อ  
คงอร่อยถูกปากมากกว่า
อย่างไม่ต้องสงสัย..
แต่บางคนกลับบอกว่า
ไม่เสมอไป..
ทำอร่อยน่ากินหรือไม่ ?
อยู่ที่ปลาหมึก  น้ำมัน และ กระเทียมต่างหาก..

ถ้าปลาหมึกไม่สด   กระเทียมเน่าๆ น้ำมันเก่า และ ขึ้นหืน
กุ๊กบ้าที่ไหน  ต่อให้เงินเดือนเกินแสน ก็เอาไม่อยู่

คงกินไม่อร่อย และต้องทิ้งสถานเดียว..

ส่วนตัวก็เห็นว่า  “ เป็นไปได้

วิธีคิดเช่นนี้..
ก็คงพอจะใช้ได้ในการทำเพลงอยู่บ้าง

เมื่อคนปรุงอาหาร  ก็คือ..คนผสมเสียง

ที่เรียกกันง่ายๆว่า "คนมิกซ์"
คนปรุงอาหารในวงการเพลง มีมากมายเหลือเกิน
ค่าตัวมีตั้งแต่ถูกมาก  แค่เพลงละ  1,000   บาท
ไปจนถึงเพลงละ  10,000 - 30,000  บาท
แต่ทั่วๆไปก็อยู่ที่เพลงละ  2,000 – 4,000 
ไอ้ที่ว่ามิกซ์เพลงละหมื่นขึ้น ส่วนตัวก็ยังไม่เคย(กล้า)ใช้บริการ
เพราะยังไม่เห็นความจำเป็นใดๆ
ที่ต้องจ่ายแพงขนาดนั้น..
ทำอาหารแต่ละทีควรจะถามตัวเองก่อนว่า
ทำมาเพื่อให้ใครกิน ?
ระหว่างบุคคลชื่อดัง  
ที่กินแต่ละครั้งต้องของดี   หรูหรา ราคาแพง
และ เป็นคนในสังคมชั้นสูง..
หรือ   ไอ้น้อยลูกตาสม  บ้านอยู่แถวแคราย

ที่ไม่ต้องการความพิถีพิถันในการกินแม้แต่น้อย !
แต่ไม่ว่าจะทำมาให้ใครกินหรือชิม
แต่ละจานของเราที่ทำก็ควรมีรสชาติในแบบเรา
สไตล์เรา  มีมาตรฐานที่ดี  ที่เราควรตั้งไว้  และ พยายามอย่าให้ต่ำกว่านั้น..

งานเพลงแต่ละชุด
ผมเลือกใช้คนปรุงอาหารไม่เหมือนกัน  แต่ชอบทำงานกับคนเดิมๆ  

คนที่คุ้นเคย รู้ใจกัน  แก้ไขอะไรก็ได้ถ้าไม่ชอบ  ราคาก็เป็นกันเอง..
ทำงานไปคุยเรื่องส่วนตัวไป แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตให้กันฟัง
งานจบลงแต่ละครั้ง
ความสนิทคุ้นเคยก็เพิ่มมากขึ้นทุกที..
อีกอย่างในการผลิตเพลง
ไม่ควรมองข้ามเรื่องวัตถุดิบ
มีวัตถุดิบดีๆ  บางทีกุ๊กไม่ต้องเก่งมากก็ได้  แค่เข้าใจในสิ่งที่ทำเป็นพอ
และ เราก็ไม่ต้องเสียเงิน มากกว่าที่ควร
มีคนหลายคน พยายามเสาะหาคนปรุงอาหารที่มีฝีมือ

ที่มากกว่าที่มีอยู่ในประเทศนี้ ราคาแพงแค่ไหน..จ่ายไม่อั้น
เพราะเชื่อว่า ถูกและดีไม่น่าจะมีอยู่จริง  อยากได้ของดี  ก็คงราคาไม่ถูก
โดยลืมมองงานของตัวเองว่าเป็นอย่างไร ?

มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ? ที่ต้องจ่ายไปขนาดนั้น !!

ในงานเปิดตัวอาหารชื่อดังจานหนึ่ง

หลังปรุงอาหารเสร็จ
หลายคนยืนดู  หลายคนลงนั่งชิม
เมื่อชิมแล้ว  บางคนทำหน้าเจื่อนๆ
บางคนฝืนยิ้มและพูดต่อ..
เออ..พอได้
( จ่ายแพงขนาดนั้น  แค่พอได้เองเหรอ ?! )

ทีมอุปทานที่มีนิสัยชอบ เลีย คนรวย ที่ยืนมุงอยู่  รีบแหวกวงโผเข้ามาบอก สุดยอดเลย
เข้าท่าว่ะ  คุ้มค่าจริงๆ (  ทั้งที่ตัวเองยังไม่ได้ชิมจริงๆจังๆ เพียงแค่ยืนดูอยู่ห่างๆ  )
ไม่นาน  

ในอาหารจานเดียวกัน
นักชิมมีรางวัลการันตีทีน่าเชื่อถือ
และทำประกันลิ้นไว้แล้ว หลายล้านดอลลาร์

แวะเข้ามาชิมบ้าง..
จากทั้งหมด  4  ดาว
นักชิม  3  ใน  4  คน   ให้คุณภาพเพียง  2  ดาว  อีกคนที่เหลือ  ไม่ให้คะแนนเป็นดาว
แต่บอกว่า  ไม่รู้สึกอร่อยมากกว่าที่เคยกิน !!

ส่วนตัวก็มีโอกาสเข้าไปชิมเหมือนกัน
ชิมเสร็จก็มีคนถาม  เป็นไงครับ 

รสชาติดีมั๊ย ?

เห็นท่าไม่ดี เลยบอกไปว่า  ขอไปชิมต่อที่บ้านก่อน  เดี๋ยวกลับมาบอก
เพราะเพียงนิดหน่อยแค่ปลายลิ้น  คงบอกอะไรมากไม่ได้
แต่ก็ไม่มีแววที่จะอร่อยเหมือนกัน..
( บรรทัดหลังนี่นึกในใจ )
ผ่านไป  3  วัน
ฟังเพลงชุดนี้ไป  14  รอบ
ชุดเครื่องเสียงที่บ้าน  ก็ไม่ได้กระจอก..
เพิ่งรู้ว่า..รวยอย่างเดียว ทำอะไรอย่างนี้ไม่ได้  ต้องรวยด้วย..

..โง่ด้วย

 -----




แจ้งลบข้อความนี้

 
baichasong
125.24.96.255
ความคิดเห็นที่ 1
16.05.2009 / 2:11 pm


เป็นบทความที่สะท้อนความเป็นจริงในสังคมวงการดนตรีจริงๆ เมื่อไหร่จะออกพ๊อกเก็ตบุ๊คส์ล่ะ คุณแจ็ค




แจ้งลบข้อความนี้

ตามมาห่างๆมาก
58.8.123.28
ความคิดเห็นที่ 2
21.08.2009 / 7:06 am


..... อืมมม .... รวย + โง่ ....

ชุดไหนล่ะครับ อยากตามไปชิม ....




แจ้งลบข้อความนี้


Page1 of 1[ Show All ]Go to page:

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
ข้อความ:
ไฟล์ประกอบ:    
      เฉพาะไฟล์ gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf
น้ำหนักไม่เกิน 200 Kb.
       
        กรุณากรอกรหัสที่คุณเห็น
   
     

กรุณากรอกข้อความในช่องที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าว